วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 30 ประวัติโทรทัศน์ในประเทศไทย



ประวัติโทรทัศน์ในประเทศไทย 

ทศวรรษ 2540 การแข่งขันอย่างเข้มข้นทางธุรกิจ (พ.ศ.2540-2549) 
• 10 พฤศจิกายน 2540 ททบ 5 จัดตั้งโครงการ Thai TV Global Network แพร่ภาพออกอากาศโทรทัศน์ไทยผ่านดาวเทียมไปต่างประเทศทั่วโลก
• 6 กุมภาพันธ์ 2541 ยูทีวี และ ไอบีซี รวมบริษัทกันเป็น ยูบีซี (United Broadcasting Corporation) ทั้งนี้เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทประสบปัญหาทางเศรษฐกิจเนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศขณะนั้นเป็นยุคฟองสบู่แตก
• มิถุนายน 2548 อสมท ได้ทำการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และกลายมาเป็น บริษัท อสมท จำกัด มหาชน
                        ความพยายามในการก่อตั้งโทรทัศน์ขึ้น ในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2475 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรม พระกำแพงเพชรอัครโยธิน เตรียมการทดลองส่งโทรทัศน์ แต่ยังไม่ทันดำเนินการ ก็เกิดการปฏิวัติขึ้น และหลังจากนั้น ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น 

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง จึงได้มีความพยายามในการก่อตั้ง โทรทัศน์ขึ้นในประเทศไทย อีกครั้ง โดยมีเหตุการณ์สำคัญ ที่สามารถแบ่งได้ตามทศวรรษต่างๆ ดังนี้ 


ทศวรรษ 2490 ยุคบุกเบิกโทรทัศน์ไทย (พ.ศ. 2491-2499) 
• 2492 สรรพศิริ วิริยศิริ จนท.ข่าวต่างประเทศของ กรมโฆษณาการ ได้รับฟังข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์การประดิษฐ์โทรทัศน์ในยุโรปและอเมริกา จึงมีความสนใจและเขียน บทความเรื่อง วิทยุภาพ แจกในงานทอดกฐิน
• 2493 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้อ่านบทความนั้นและมีความคิด ในการจัดตั้งโทรทัศน์ขึ้นมาในประเทศไทย จึงมีจดหมายถึงอธิบดีกรมโฆษณาการปรารภถึง ความคิดที่จะจัดตั้งโทรทัศน์ใน ประเทศไทยขึ้น
• 2495 คณะผู้เริ่มจัดตั้ง 7 ท่าน ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ในขณะนั้นมีเสียงคัดค้านจากประชาชนส่วนใหญ่และฝ่ายค้าน เนื่องจากประเทศยังประสบปัญหา เศรษฐกิจ จึงเห็นว่าไม่พร้อม ที่จะลงทุนด้านโทรทัศน์
• กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ ทรงบัญญัติศัพท์ ‘วิทยุโทรทัศน์’ ขึ้นใช้
• มีการเตรียมความพร้อมโดยการส่งเจ้าหน้า ที่ไปดูงานและฝึกอบรมที่บริษัท RCA ของอเมริกา มีการประกวดราคาเครื่องรับส่งโทรทัศน์และเตรียมงานด้านเทคนิคโทรทัศน์
• 24 มิถุนายน 2498 จอมพล ป.พิบูลสงคราม เปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 อย่างเป็นทางการเพื่อเป็น ของขวัญวันชาติแก่ชาวไทย และมีคุณจำนง รังสิกุล เป็นหัวหน้าสถานี 


ทศวรรษ 2500 โทรทัศน์ในฐานะเครื่องมือทางการเมือง (พ.ศ.2500-2509) 
• 25 มกราคม 2501 มีการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ระบบขาวดำ) ขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ทางการทหาร โดย จอมพล สฤษดิ์ ธนรัชต์
• มีการขยายการส่งรัศมีสัญญาณไปยังภูมิภาค และจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ส่วนภูมิภาคขึ้น
• การช่วงชิงสื่อโทรทัศน์ในช่วงนั้น ระหว่างจอมพล ป. และจอมพล สฤษดิ์ ถือเป็นการใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง



ทศวรรษ 2510 ยุคแห่งการเติบโตและการก้าวสู่ยุคโทรทัศน์สี (พ.ศ.2510-2519) 
• 27 พฤศจิกายน 2510 สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพในระบบสีเป็นสถานีแรก โดยบริษัทกรุงเทพฯและวิทยุ จำกัด ได้รับสัมปทานจากกองทัพบก โดยออกอากาศการถ่ายทอดการประกวดนางสาวไทยเป็นรายการแรก
• 20 ธันวาคม 2511 มีการก่อตั้ง ทีวีพูล หรือโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยขึ้นอย่างเป็นทางการ
• 26 มีนาคม 2513 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกอากาศอย่างเป็นทางการในระบบสี
• 2517 เป็นปีแห่งโทรทัศน์ระบบสี เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ขาวดำ 2 ช่อง เดิมได้เปลี่ยนระบบออกอากาศจากขาวดำมาเป็นระบบสี ซึ่งได้แก่
- สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ขาวดำ เปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 ออกอากาศใน ระบบสี
- และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ขาวดำ เปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 โดยออกอากาศในระบบสี ทำให้สิ้นสุด ทศวรรษนี้ประเทศไทยมีโทรทัศน์ระบบสี 4 สถานีด้วยกัน 


ทศวรรษ 2520 การพัฒนาทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (พ.ศ.2520-2521) 
• เป็นยุคแห่งการพัฒนาด้านธุรกิจของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องที่มีอยู่ และมีการปรับปรุงพัฒนาด้านคุณภาพของระบบสี
• 25 มีนาคม 2520 มีการก่อตั้ง อสมท. แทนที่ บริษัทไทยโทรทัศน์จำกัดที่ยุบไปเพราะเกิดปัญหาภายใน


ทศวรรษ 2530 ยุคทองของโทรทัศน์ไทย (พ.ศ.2530-2539) เพราะเป็นยุคที่ประเทศไทยมีครบทั้งโทรทัศน์แบบฟรีทีวี ทีวีเสรี และแบบบอกรับเป็นสมาชิก นอกจากนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นทำให้อุตสาหกรรมโทรทัศน์เติบโตอย่างมาก
• 11 กรกฎาคม 2531 สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 อย่างเป็นทางการ
• 1 พฤศจิกายน 2531 มีการทดลองออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
• ตุลาคม 2532 สถานีโทรทัศน์ ไอบีซี เคเบิล ทีวี เริ่มดำเนินธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิกรายแรกของไทย โดยดำเนินงานโดย บริษัท อินเตอร์เนชันแนล บรอดคาสติ้ง คอร์เปอเรชัน จำกัด
• 2533 สถานีโทรทัศน์ ไทยสกาย เคเบิล ทีวี เริ่มดำเนินธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิก โดยบริษัทสยามบรอดคาสติง จำกัด (ต่อมาไทยสกาย ยุติการดำเนินธุรกิจในปี 2540 เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ)
• พ.ศ.2537 บริษัทยูทีวี เคเบิลเน็ตเวิร์ค จำกัด เริ่มดำเนินการธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับเป็นสมาชิกในนามของ ยูทีวี
• 2537 สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เริ่มดำเนินการออกอากาศสถานีโทรทัศน์เสรี โดยบริษัท สยามเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ 

ปัจจุบัน (2550) สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ได้เปลี่ยนเป็น ThaiPBS ทีวีสาธารณะ และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ได้เปลี่ยนเป็นสถานี NBT แล้วตามนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น



วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 29 ประวัติและวิวัฒนาการของวิทยุโทรทัศน์ของโลก

ประวัติและวิวัฒนาการของวิทยุโทรทัศน์ของโลก 




                     ในปี พ.ศ. 2360 จาคอบ เบอร์เซเบียส (Jacob Berzebius) ได้ค้นพบธาตุชนิดหนึ่งและตั้งชื่อว่า ซีลีเนียม ต่อมาเขาได้นำไปประดิษฐ์เป็นโฟโตอีเลคตริกเซลซึ่งสามารถเปลี่ยนพลังแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและเซลไฟฟ้าชนิดนี้เองทำให้เกิดโทรทัศน์ขึ้น ในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน วิลเลียม ครุก (William Crook) ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าชนิดหนึ่งเรียกว่า หลอดครุก ซึ่งนับว่าเป็นต้นกำเนิดของหลอดรังสีแคโธดในปัจจุบันนี้ ต่อมามีนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการทดลองในเรื่องโทรทัศน์โดยได้รวบรวมเอาความคิดเห็นและผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ เช่นของ จอห์นแอมโบรส เฟลมิง (John ambrose Fleming) และโธมัส เอดิสัน (Thomas A Edison) มาใช้
     ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2407 เจมส์ แมกเวลล์ (James Clerk Maxvell) ได้ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คือ คลื่นแม่เหล็ก และ คลื่นไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปด้วยกัน แต่คลื่นทั้งสองตั้งฉากกัน ซึ่งต่อมาก็นำมาใช้เป็นคลื่นพาห์ซึ่งเป็นนำคลื่นเสียงในวิทยุและนำทั้งคลื่นเสียงและภาพในโทรทัศน์ เป็นการแพร่สัญญาณจากสถานีส่งไปยังเครื่องรับซึ่ง รูดอล์ฟ เฮิร์ทซ์ (Rudolph Henrich Hertz) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ผลิตเครื่องมือที่สามารถนำเอาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามาใช้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารและได้ประกาศให้โลกยอมรับรู้เมื่อ พ.ศ.2429 และให้สื่อสิ่งที่เขาค้นพบว่า คลื่นเฮิร์ทซ์ (Hertzain Wave) และชื่อของเขาก็ได้รับการยกย่องให้ใช้เรียกหน่วยของความถี่คลื่นวิทยุทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเมื่อก่อนนี้หน่วยของความถี่ (จำนวนที่เคลื่อนที่ผ่านจุดหนึ่งจุดใดในเวลา 1 วินาที) เรียกว่า ไซเกิ้ล
     ในศตวรรษที่ 19 นี้ ได้มีผู้ค้นพบโทรทัศน์ขึ้น คือ ปอล นิพโกว์ (Paul Nipkow) ชาวเยอรมัน ได้ค้นพบวิธีที่จะทำให้ภาพเป็นเส้นทางบนจอได้ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโทรทัศน์
     ดร.วีเค ชวอร์กิ้น (Dr.V.K. Zworgkin) นักวิทยาศาสตร์ชาวรุสเซียที่โอนสัญชาติเป็นอเมริกัน ได้ค้นพบหลอดจับภาพไปสู่จอภาพที่สมบูรณ์ขึ้น เขาได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์เมื่อปี พ.ศ.2466 (ค.ศ.1923) และให้ชื่อสิ่งที่ค้นพบนี้ว่า ไอโคโนสโคฟ (Iconoscope) ซึ่งไอโคโนสโคฟนี้ใช้ทฤษฎีของ ปอล นิพโกว์
     จอห์น โลจิก แบร์ด (John Logic Baid) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเกิดที่สก๊อตแลนด์ได้อาศัยทฤษฎีของ ปอล นิพโกว์ ค้นคว้าทดลองต่อมาจนแสดงให้ชาวโลกดูได้ว่าเขาสามารถจับภาพเข้าเครื่องส่งแล้วส่งมาออกที่จอภาพที่เครื่องรับโทรทัศน์ได้สำเร็จและแสดงให้นักวิทยาศาสตร์และบุคคลชั้นนำของประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ.2469 และสถานีวิทยุบีบีซี (British Broadcasting Corporation) ก็ได้นำสิ่งประดิษฐ์ของแบร์ดไปทดลองออกอากาศให้คนอังกฤษได้ชมเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2472
     สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของโลกคือ บีบีซี ของอังกฤษแพร่ภาพออกสู่ประชาชนเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2479ได้มีพิธิเปิดแพร่ภาพเป็นครั้งแรกที่พระราชวังอเล็กซานด้าในกรุงลอนดอน โดยได้ใช้วิธีการสแกนภาพระบบของแบร์ด ในขณะนั้นทั่วประเทศอังกฤษมีเครื่องรับเพียง 100 เครื่องเท่านั้น แพร่ภาพครั้งหนึ่งไม่เกิน 3 ชั่วโมง จัดเป็นช่วงแพร่ภาพ 3 ช่วง ภาพที่เครื่องรับกว้าง 10 นิ้ว ยาว 12นิ้ว ราคาเครื่องละประมาณ 6,000 บาท ในสมัยนั้นนับว่าแพงมาก แต่ในชั่วระยะเวลา 2 ปี ในอังกฤษก็มีเครื่องรับถึง 3,000 เครื่อง
     ในสหรัฐอเมริการได้ตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์เป็นเครือข่ายร่วมกันทดลอง 17 สถานี ในปี พ.ศ.2480 ต่อมา พ.ศ. 2481 ได้สร้างสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งแรกในมลรัฐนิวยอร์ก โดยบริษัทซีบีเอส ปีถัดมาคือ พ.ศ.2482 บริษัทเอ็นบีซี แพร่ภาพออกอากาศเช่นกัน
     จากเอกสารของ UNESCO ได้แสดงรายการของการตั้งสถานีโทรทัศน์ของประเทศต่าง ๆ ดังนี้คือ
ปี พ.ศ. 2493 เม็กซิโก
ปี พ.ศ. 2494 อาเยนตินา บราซิล เนเธอร์แลนด์ สเปน
ปี พ.ศ. 2496 สาธารณรัฐเชค ญี่ปุ่น ฟิลิปินส์ สวิสเซอร์แลนด์
ปี พ.ศ. 2479 บัลโคลัมโบ เดนมาร์ค อิตาลี โมรอคโค นอร์เวย์ เปอโตริโก สวีเดน
ปี พ.ศ. 2498 ไอซ์แลนด์ ลัคเซมเบอร์ค ประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2499 อัลยิเรีย ออสเตรเลีย ไซปรัส เอลซาลวาดอร์ กัวเตมาลา อีรัค เกาหลี นิคารากัว ปอร์ตุเกส อุรุกวัย
ปี พ.ศ. 2500 ฟินแลนด์ ฮ่องกง รูมาเนีย ซาอุดิอารเบีย
ปี พ.ศ. 2501 เบอมิวดา จีน อิหร่าน ฮังการี
ปี พ.ศ. 2502 ไฮติ ฮอนดูรัส อินเดีย เลบานอน นิวซีแลนด์ ไนยีเรีย และปานามา
ปี พ.ศ. 2503 อียิปต์ คอสตาริกา โรดิเซีย ซีเรีย
ปี พ.ศ. 2504 อัลบาเนีย โบลิเวีย กัมพูชา ไอร์แลนด์ แซมเบีย
ปี พ.ศ. 2505 ไอวอรี่โคลท์ เคนยา มัลตา ซีราลิออน ไต้หวัน ทรินแดด โตมาโก
ปี พ.ศ. 2506 กามอน มาเลเซีย และสิงคโปร์

ที่มา ww.thaigoodview.com/node/10754 

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

บันทึกพิเศษ แบบฝึกหัดแหล่งการเรียนรู้

แบบฝึกหัดงานกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน พร้อมภาพประกอบ ในวันที่ 6-7-8 กันยายน 2554




1.              แหล่งการเรียนรู้หมายถึงอะไร
ตอบ    แหล่งการเรียนรู้  หมายถึง แหล่งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายที่สามารถทาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการได้คิดเอง ปฏิบัติเอง และสร้างความรู้ด้วยตนเอง ตามอัธยาศัยและต่อเนื่อง จนเกิดกระบวนการเรียนรู้ และสุดท้ายก็เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้



2.              หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก เป็นแหล่งการเรียนรู้ เพราะอะไร
ตอบ   หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเป็นแหล่งการเรียนรู้ เพราะ มีสื่อการเรียนรู้ที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีการนำเสนอที่น่าสนใจ กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น



3.              หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเหมาะกับการสอนกลุ่มสาระใด
ตอบ  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี และ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ






4.              แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกนาเสนอรายละเอียดของเนื้อหาใดบ้าง
ตอบ      
4.1       แหล่งโบราณคดีหนองโน จังหวัดชลบุรี
ได้นำเสนอเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีที่มีการพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณ ที่อายุถึง 4500 – 4000 ปี นับเป็นชุมชนฝั่งทะเลสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
4.2       แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี จังหวัดชลบุรี
ได้นำเสนอเรื่องราวของโบราณคดีก่อนประวัตศาสตร์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่พบ    หลักฐานการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 4500 – 4000 ปี มาแล้วจากทะเลอันเป็นหลัก และมีการอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานกว่า 400 ปี




5.              วิถีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินตะวันออกในยุคประวัติศาสตร์ก่อนสยามประเทศเป็นอย่างไร
ตอบ  วิถีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมบนแผ่นดินตะวันออกในยุคประวัติศาสตร์ก่อนสยามประเทศได้กล่าวถึง การติดต่อกันทางทะเลกับเมืองภายนอกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย จนกระทั่งมาถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้นได้มีการติดต่อสัมพันธ์วัฒนธรรมจากภายนอกโดยเฉพาะอินเดีย เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้เกิดเป็นกลุ่มบ้านเมืองที่มีการพัฒนาร่วมสมัยกับกลุ่มบ้านเมืองวัฒนธรรมทวารวดี ที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและในบริเวณที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน
โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบดังนี้
วัฒนธรรมทวารวดี พบหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศิลปกรรมยุคแรกในเขตโบราณศรีมโหสถ ได้แก่ รอยพระพุทธบาทคู่ พระพุทธรูปหินทรายนาคปรก ฯลฯ
ดินแดนโพ้นทะเล  พบหลักฐานทางโบราณคดีใต้น้ำ บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก พบแหล่งเรือจมเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่า ตลอดแนวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก คือ เส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญโดยเฉพาะการค้ากับจีนและญี่ปุ่นในสมัยสุโขทัยและอยุธยา
อาณาจักรเขมรโบราณ  พบโบราณสถานและโบราณวัตถุศิลปะเขมรเป็นจำนวนมาก และวัตถุสำริดซึ่งมีการกล่าวถึงพระนามของกษัตริย์เขมรโบราณ




6.              ให้นิสิตบันทึกภาพตัวอย่างประเภทของเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามกรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale พร้อมคาอธิบาย ตัวอย่าง ประเภทของเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามกรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale ที่มีอยู่ในหอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก
1.การศึกษานอกสถานที่  (Field  Trip) คือ การที่ได้ไปทัศนศึกษาที่หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งภาคตะวันออกมหาวิทยาลัยบูรพา
                   
                                                     



     2.นิทรรศการ  (Exhibits) คือ การจัดแสดงเรื่องต่าง ๆในรูปแบบนิทรรศการ

                 

       



 3. ภาพยนตร์  (Motion  Picture) คือ การฉายภาพยนต์แนะนำหอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งภาคตะวันออก

                        



4.  ภาพนิ่ง  วิทยุ  และแผ่นเสียง  (Recording, Radio, and  Still  Picture) คือ รูปภาพต่างๆที่นำมาแทนวัตถุจริง
      



5.ทัศนสัญญลักษณ์  (Visual  Symbols) คือ การจัดแสดงแผนผังของแหล่งโบราณคดีต่างๆ
         







6.วจนสัญญลักษณ์  (Verbal  Symbol) คือ การบรรยายของวิทยากรให้ได้ฟัง





 7.ประสบการณ์จำลอง คือ การจำลองสถานที่ต่างๆ เช่นหุ่นจำลองอุโบสถวัด









7. ให้นิสิตบันทึกภาพถ่ายกลุ่มของตนเองในการเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการดังกล่าว




จัดทำโดย
นางสาวกิติยาพร พงศ์แพทย์   รหัสนิสิต 54040103
นายณัฐพงศ์        นิชเปี่ยม       รหัสนิสิต  54040107
นายยุทธเดช         อันทอง       รหัสนิสิต 54040382
คณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอนสังคมศึกษาฯ

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

บันทึกพิเศษ งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา



ให้นิสิตเขียนตอบตามเงื่อนไขของโจทย์ต่อไปนี้ ลงใน Ms.Word พร้อมแนบไฟล์ส่งโดยกำหนดชื่อไฟล์เป็นชื่อ ICT และตามด้วยรหัสนิสิต เช่น ICT 540030012

1. การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมไปสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ  ย้อนกลับมาดูพัฒนาการทางการศึกษาของประเทศไทยจะเห็นได้ว่าอาศัยความก้าวหน้าทางด้านการสื่อสาร เป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนมา ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทางไกล กล่าวคือ สมัยแรกที่กิจการไปรษณีย์เป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง การสอนทางไกลก็จะไปเกี่ยวกับการบริการทางไปรษณีย์คือการเอาสิ่งพิมพ์ในรูปของตำราส่งไปทางไปรษณีย์เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนที่บ้าน ต่อมาเมื่อวิทยุเข้ามามีบทบาทในการสื่อสาร มหาวิทยาลัยทางวิทยุก็เกิดขึ้น และใช้สื่อวิทยุซึ่งเป็นสื่อเสียงในการสอน และก็อาจมีสื่อสิ่งพิมพ์ประกอบด้วย  และเมื่อโทรทัศน์เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมวลชน ก็เกิดมีมหาวิทยาลัยที่สอนโดยใช้โทรทัศน์ร่วมกับเอกสาร
2. รูปแบบการศึกษาที่พึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งที่มีบุคคลหนึ่งได้กล่าวอย่างสนุกว่า "มีครูอยู่ 3 คน" ครูนั้นได้แก่ใครบ้าง และมีชื่อว่าอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร

ตอบ  ครูทั้ง 3 คน คือ อากู๋ น้องวิกี้ และอีตูป
 ครูคนแรก อากู๋ คือ Google มีประโยชน์ ดังนี้
1. สามารถค้นหาไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในรูป doc, pdf, ps ฯลฯ ได้ด้วยการกำหนดรูปแบบ เอกสารของผลการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง
2. ใช้ Google ช่วยในการคำนวณ
3.
ใช้ Google ช่วยแปลเว็บไซต์ที่เราค้นหาได้ที่เป็นภาษาอื่น มิใช่ภาษาไทย หรือ
    ภาษาอังกฤษ

ครูคนที่ 2 น้องวิกี้ คือ Wikipedia มีประโยชน์ คือเนื้อหาเปิดเสรีให้สามารถนำไปใช้ได้ เปิดเสรีที่ให้ทุกคนเขียน แก้ไขข้อมูลโดยทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เผยแพร่สืบต่อกันได้อย่างเสรี

ครูคนที่ 3 อีตูป คือ Youtube มีประโยชน์ ดังนี้
1. เป็นแหล่งรวมความบันเทิง เช่น เพลง มิวสิควิดีโอ เป็นต้น
2.
สามารถทำให้เราติดตามดูละคร หรือรายการทีวีย้อนหลังได้
3. เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้ข้อมูลต่างๆซึ่งสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

4.สามารถสืบค้นข้อมูลข่าวสารใหม่ๆหรือการโหลดภาพ คลิปวีดีโอและรู้ทันเหตุการณ์ที่ทันสมัยและสะดวกสบาย


3. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในลักษณะ e-Learning แบบ Real-Time แตกต่างจาก Non Real-Time อย่างไร

ตอบ  แบบ Real-time จะสามารถสนทนาในลักษณะของการพิมพ์ข้อความแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน หรือ ส่งในลักษณะของเสียง จากบริการของ Chat room ได้ทันทีจะทำให้สามารถโต้ตอบกันได้เร็ว ส่วนแบบ Non real-time ได้แก่การส่งข้อความถึงกันผ่านทางบริการ อิเลคทรอนิคเมลล์ WebBoard News-group เป็นต้น ซึ่งจะไม่สามารถโต้ตอบได้ทันที 

4. Virtual Classroom คืออะไร

ตอบ Virtual Classroom  หรือ ห้องเรียนเสมือน คือ การเรียนการสอนที่ กระทำผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนเข้าไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย  (File Server) และคอมพิวเตอร์ผู้ให้บริการเว็บ (Web sever) เป็นการเรียนการสอนที่จะมีการนัดเวลาหรือไม่นัดเวลาก็ได้ และนัดสถานที่ นัดตัวบุคคล เพื่อให้เกิด การเรียนการสอน มีการกำหนดตารางเวลาหรือตารางสอน เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนพร้อมๆ กันหรือไม่พร้อมกัน มีการใช้สื่อการสอนทั้งภาพและเสียง ผู้เรียนสามารถร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือตอบ โต้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้สอนหรือกับเพื่อนร่วมชั้นได้เต็มที่ (คล้าย chat room)ส่วนผู้สอน สามารถตั้งโปรแกรมติดตามพัฒนาการประเมินผลการเรียนรวมทั้งประสิทธิภาพของหลักสูตรได้ ทั้งนี้ ไม่จำกัดเรื่องสถานที่ เวลา (Any Where & Any Time) ของผู้เรียนในชั้นและผู้สอน


5. Asychonous Learning คือรูปแบบการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะใด

ตอบ Asychonous Learning   คือ รูปแบบการเรียนการสอนที่ผู้สอน และผู้เรียนไม่จำเป็นต้องพบกันตามเวลาในตาราง ที่กำหนดไว้ แต่ผู้สอนและผู้เรียนสามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลา โดยใช้เครื่องมือสื่อ สารต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และสถานที่ ผู้เรียนสามารถเรียน ที่ไหน เวลาใดก็ได้ เป็นการเรียนที่อาศัยวิธีการ หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ในลักษณะที่ปฏิสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมช่วยเหลือกันระหว่าง ผู้เรียน โดยใช้แหล่ง ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ 

6.
 Hypermedia คือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาอะไร และนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ตอบ  Hypermedia  หรือ สื่อหลายมิติ  คือ การใช้คอมพิวเตอร์นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาความรู้ต่างๆ ทั้งในรูปของ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงไปมาระหว่างส่วนต่าง ๆ ของบทเรียนได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ ไฮเปอร์มีเดียเป็นการขยายแนวความคิดมาจากไฮเปอร์เทกซ์ อันเป็นผลมาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สามารถประสมประสานสื่อหรืออุปกรณ์หลายอย่าง(Multiple media) ให้ทำงานไปด้วยกันซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า มัลติมีเดีย (Multimedia)      นำมาใช้ประโยชน์ คือ นำเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนในรูปของบทเรียนหลายมิติขึ้น ใช้สร้างสื่อการสอน   การใช้ภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่าง ๆ บรรจุลงไปในสื่อหลายมิติที่จะเป็นบทเรียน  ทำให้ผู้เรียนมี ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนมากขึ้น
7. ให้นิสิตเขียนตารางเปรียบเทียบแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาใน 3 ยุค

ตอบ ตารางเปรียบเทียบแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาใน 3 ยุค


ข้อเปรียบเทียบ
แนวโน้มที่ 1
แนวโน้มที่ 2
แนวโน้มที่ 3
ลักษณะการสื่อสาร
การสื่อสารมวลชน และ ระหว่างบุคคล โดยใช้เสียง
การสื่อสารมวลชน และ ระหว่างบุคคล โดยใช้ภาพ และเสียง
มีการใช้เทคโนโลยีอย่างอื่นประกอบ
ประสิทธิภาพในการสื่อสาร
ไม่ค่อยดี
เริ่มมีประสิทธิภาพ
มีประสิทธิภาพสูง
ราคาของสื่อ
แพง
แพง
ปัจจุบันยิ่งพัฒนาไปมากเท่าไร ราคาก็ยิ่งถูกลง


8. ให้นิสิตสรุปประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษามา 5 ข้อ

ตอบ  ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
1.             ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ความสามารถของตนเองในการเรียนรู้อย่างเต็มที่
2.             ผู้เรียนมีโอกาสตัดสินใจในการเลือกเรียนตามช่องทางที่เหมาะกับความสามารถของตนเอง
3.             ลดเวลาในการเรียนรู้และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าเดิมในเวลาเท่ากัน
4.             ทำให้ประสิทธิภาพของการสอนสูงขึ้น ผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมได้หลากหลาย และ  มีเวลาในการเตรียมการสอนได้มากขึ้น
5.             สามารถแก้ปัญหาทางการศึกษาได้หลายประการ และ ทำให้การจัดการและการบริหารเป็นระบบมากขึ้น

9. Tablet PC คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรต่อการศึกษา และตามนโยบายของรัฐบาลได้ระบุว่าจะแจกให้กับนักเรียนนั้นนิสิตคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ  Tablet PC (Tablet personal computer)" คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเองมีประโยชน์กับการศึกษาคือ  ลดรายจ่ายระยะยาว และ สามารถเป็นช่องทางที่ให้ครูและนักเรียนแลกเปลี่ยนการบ้าน และเอกสารต่าง ๆ ในรูปแบบดิจิตอลได้ อีกทั้ง ยังเป็นสื่อมัลติมีเดียที่สร้างความสนุกสนานไปกับบทเรียนในรูปแบบเกมส์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย
                แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ และผู้ปกครองยังขาดความรู้ที่จะใช้ และความรับผิดชอบในการรักษาสมบัติทรัพย์สินของตน
10. ให้เขียนความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง Tablet PC , IPAD และ Notebook 

ตอบ  อุปกรณ์ทั้งสามชนิดมีความเหมือนกันคือ สามารถใช้งานได้แบบคอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมที่มีลักษณะแบบคอมพิวเตอร์ได้  ความแตกต่างคือ  Tablet PC จะมีขนาดเล็กกว่า Notebook  มีหน้าจอระบบสัมผัส แต่ iPad นั้นมีความแตกต่างจาก Tablet PC ทั่วไปที่เรารู้จักกัน เนื่องจากระบบปฏิบัติการของมันนั่นเอง ระบบปฏิบัติการของ iPad เรา เรียกกันว่า iPhone OS โดยมีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อใช้กับอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่าง iPad เพราะฉะนั้น จุดเด่นที่เคยมีอยู่ใน iPhone ก็จะมีอยู่ใน iPad เกือบครบ

11. เครือข่ายสังคมออนไลน์คืออะไร นำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  สังคมออนไลน์ (Social Networking) คือสังคมที่ผู้คนสามารถทาความรู้จัก ร่วมแบ่งปันสิ่งที่
สนใจ และสามารถเชื่อมโยงกันได้ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ในโลกอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยรูปแบบการบริการ เรียกว่า “บริการเครือข่ายสังคม หรือ Social Networking Service (SNS)”
                สังคมออนไลน์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาได้ โดยใช้ในการแผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และผลงานต่างๆ  รวมทั้นสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันผ่านสังคมออนไลน์

12. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ตัวตนคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย

ตอบ   เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ตัวตนคือ เว็บไซต์ที่ ใช้สาหรับนาเสนอตัวตน และเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ต หรือผู้ใช้สามารถเขียน blog สร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อนในห้องเรียน และสร้างเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ขึ้นมาได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทนี้คือ hi5.com และ facebook.com เป็นต้น

13. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ผลงานคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย

ตอบ เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะการเผยแพร่ผลงาน คือ  เว็บไซต์ในการนำเสนอผลงานของตัวเอง ผลงานของกลุ่ม ได้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ รูปภาพ หรือเสียงอาจารย์สอนที่ได้จากการบันทึกในชั้นเรียนเป็นต้น ตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทนี้ เช่น YouTube.com Multiply.com เป็นต้น

14. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะกลุ่มที่มีความสนใจตรงกันคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย

ตอบ เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะกลุ่มที่มีความสนใจตรงกันคือ  คือเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยมีแนวคิดที่ว่า แทนที่เราจะทำ Bookmark (เหมือนกับเราคั่นหนังสือ) เว็บที่เราชอบ หรือบทความรายงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เก็บไว้ในเครื่องของเราคนเดียว สู้เรา Bookmark เก็บไว้บนเว็บจะดีกว่า เพื่อจะได้แบ่งให้เพื่อน ๆ คนอื่นดูได้ด้วย และเราก็จะได้รู้ด้วยว่าเว็บไซต์ใดที่ได้รับความนิยมมาก เป็นที่น่าสนใจ โดยดูได้จากจานวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ ตัวอย่างเว็บไซต์นี้ ได้แก่ Digg, Zickr, duocore.tv เป็นต้น

15. เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะทำงานร่วมกันคืออะไร ให้ยกตัวอย่างมา 2 เครือข่าย

ตอบ  .เครือข่ายสังคมออนไลน์ในลักษณะทำงานร่วมกันคือ  กลุ่ม SNS ที่เปิดให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มเข้ามานาเสนอข้อมูล ความคิดหรือต่อยอด เรื่องราวต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างเว็บไซต์นี้ได้แก่ wikipedia.org , http://maps.google.co.th  เป็นต้น

16. Tablet มีประโยชน์อย่างไรในวงการศึกษา

ตอบ  ลดรายจ่ายระยะยาว และ สามารถเป็นช่องทางที่ให้ครูและนักเรียนแลกเปลี่ยนการบ้าน และเอกสารต่าง ๆ ในรูปแบบดิจิตอลได้ อีกทั้ง ยังเป็นสื่อมัลติมีเดียที่สร้างความสนุกสนานไปกับบทเรียนในรูปแบบเกมส์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นายยุทธเดช  อันทอง รหัส  54040382
คณะศึกษาศาสตร์    สาขาการสอนสังคมศึกษาฯ