วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 16 สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ Educational Television, Ministry of Education(ETV)

ความเป็นมา :  ในปี พ.ศ. 2536 มีการส่งดาวเทียมเพื่อการสื่อสารแห่งชาติ ดวงแรกของประเทศไทยขึ้นสู่วงโคจรด้วยจรวดเอเรี่ยน4ของ
บริษัทเอเรี่ยนสเปซประเทศฝรั่งเศสดาวเทียมดวงนี้ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯว่า"ไทยคม"โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบการสื่อสารและการกระจายข่าวสารข้อมูลในด้านต่างๆรวมทั้งช่วยในการพัฒนาการจัดการศึกษาทางไกลโดยการนำความรู้และกระบวนการจัดการเรียนการสอน ไปถึงตัวผู้เรียนโดยตรงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ได้อย่างทั่วถึง
คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินโครงการทดลองจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพื่อเป็นการขยายโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับ มาตรฐานการศึกษา เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2537 โดยให้เป็นโครงการทดลองในระยะ 5 ปี (8 มิถุนายน พ.ศ. 2537 - 7 มิถุนายน 2542) และเริ่มทดลองออกอากาศตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2537 ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธการได้มอบหมายให้กรมการศึกษานอกโรงเรียน
หรือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนในปัจจุบันรับผิดชอบโครงการทดลองดังกล่าวโดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิไทยคมในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. จัดหาช่องสัญญาณ 1 ช่อง สัญญาณโทรทัศน์ ในความถี่ย่าน Ku-Band ของดาวเทียมไทยคม เพื่อการ
ถ่ายทอดรายการ โทรทัศน์ และการให้ข่าวสารทาง เทเลเท็กซ์ (Teletext) เพื่อใช้ประโยชน์ทางการ
ศึกษาเป็นประจำทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมูลนิธิไทยคมเป็นผู้รับภาระ ค่าเช่าช่องสัญญาณตลอดช่วง
โครงการทดลอง

2. จัดหาอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม รวมทั้งจานรับสัญญาณ (Dish)ติดตั้งในสถานศึกษาและศูนย์การเรียน
กระจาย ไปทั่วประเทศ

 3. ให้ความร่วมมือในการใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อให้การศึกษา 2 ทาง (Interactive and Two-way Communication) ในอนาคต  




เว็บไซต์ : http://www.etvthai.tv/

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 15 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม



สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม หรือ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ดำเนินงานภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด  จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 มีชื่อเรียกขานตามอนุสัญญาสากลว่าด้วยวิทยุโทรทัศน์ว่า HS1-TV มีที่ทำการตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรหม ที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน อันเป็นที่มาของชื่อสถานีฯ ที่รู้จักกันทั่วไปคือ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม
สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 มีที่มาเริ่มแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 เมื่อนายสรรพสิริ วิรยศิริ ซึ่งขณะนั้นเป็นข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ เขียนบทความลงในหนังสือเล่มหนึ่ง เผยแพร่เทคโนโลยีการสื่อสารชนิดใหม่ในขณะนั้น โดยให้ชื่อบทความว่า "วิทยุภาพ" ต่อมา ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมฯ ให้ไปศึกษางานด้านโทรทัศน์ ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2492-2493 หลังจากกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ก็แสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล ถึงการจัดตั้งกิจการโทรทัศน์ว่า "ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรมี เทเลวิชัน" จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงสั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ นำเสนอ "โครงการจัดตั้งวิทยุโทรภาพ" ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2493 โดยมีมติให้จัดตั้ง สถานีวิทยุโทรภาพ และตั้งงบประมาณขึ้น ในปีถัดมา (พ.ศ. 2494) แต่ไม่ประสบความสำเร็จในระยะแรกเริ่ม จึงต้องยกเลิกโครงการดังกล่าวไปโดยปริยาย เนื่องจากเสียงส่วนมาก ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน ไปโดยเปล่าประโยชน์
อนึ่ง นายประสิทธิ์ ทวีสิน ประธานกรรมการ บริษัท วิเชียรวิทยุและโทรภาพ จำกัด นำเครื่องส่งโทรภาพ 1 เครื่อง และเครื่องรับ 4 เครื่อง น้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน ทำการทดลองออกอากาศ ให้คณะรัฐมนตรีชมเป็นครั้งแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล และเมื่อ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ก็เปิดฉายให้ประชาชนรับชม ที่ศาลาเฉลิมกรุง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยสมัยนั้น ใช้สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ในการถ่ายทอดการปราศรัยของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี, เผยแพร่ผลงานของรัฐบาล, ถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา ตลอดจนถ่ายทอดสดงานเฉลิมฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ในปี พ.ศ. 2500 แต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น จึงส่งผลให้กองทัพบก โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น สั่งการให้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นอีกแห่งหนึ่งคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ขาว-ดำ หรือปัจจุบันคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ในระหว่างปี พ.ศ. 2500-2501
ปัจจุบัน สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม  คือ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์


ที่มา www.wikipedia.org

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 14 สถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

 สถานีวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
        จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งอนุมัติให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินโครงการวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษา เนื่องจาก ฯพณฯ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ผู้บริหารการศึกษาขณะนั้น เล็งเห็นว่าวิทยุกระจายเสียงเป็นสื่อมวลชนที่สามารถ เผยแพร่ความรู้ ข่าวสาร และเข้าถึงประชาชนได้โดยสะดวก จึงมีการจัดตั้ง สถานีวิทยุศึกษา ขึ้นที่วิทยาลัยเทคนิค ทุ่งมหาเมฆ กระจายเสียงครั้งแรกเมื่อวันที่  ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ด้วยเครื่องส่งที่คณาจารย์วิทยาลัยเทคนิคประกอบเอง มีกำลังส่งเพียง ๕๐๐ วัตต์ ใช้ความถี่คลื่นยาว ๑๑๖๐ กิโลไซเคิล และคลื่นสั้น ๑๑.๖ เมกาไซเคิล
         กองเผยแพร่การศึกษา กรมวิชาการ ในขณะนั้น รับผิดชอบการบริหารงานด้านจัดรายการ ซึ่งต่อ มาย้ายมาสังกัดสำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ในระยะแรกรายการ ที่จัดออกอากาศ ได้แก่ บทความ
รายการสำหรับเด็ก ดนตรีไทยและสากล ละคร ทั้งละครไทยและละครภาษาอังกฤษ วิชาชุดครูระดับต่างๆ ผู้จัดรายการของวิทยุศึกษา เช่น ดร.ก่อ สวัสดิ์พานิชย์, เปลื้อง ณ นคร, เจือ สตะเวทิน,
ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์,เจริญพัน ชุมสาย ณ อยุธยา, ฉันท์ ขำวิไล, จินตนา ยศสุนทร, ม.ล.ตุ้ย ชุมสาย, ครูชิ้น ศิลปบรรเลง,ครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล รายการวิทยุในยุคนี้ เช่น วิทยุปริทรรศน์ เยี่ยมวิทยุศึกษา เป็นต้น
       นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ วารสารวิทยุศึกษา เพื่อประชาสัมพันธ์วิทยุศึกษาให้เป็นที่รู้จัก ประกอบด้วยรายการกระจายเสียง ข่าวสารของสถานี บทความ และความรู้ด้านต่างๆ ออกเป็นรายปักษ์ ฉบับละ ๑ บาท โดยฉบับแรกออกเมื่อ ๑๕ ธันวาคม ก่อนสถานีวิทยุศึกษาเริ่มส่งกระจายเสียงเป็นครั้งแรก






วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 13 มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

    

 มิวเซียมสยาม หรือ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. 2551 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบโต้ตอบโดยใช้ตัวละคร ๗ ตัว เป็นตัวกลาง มิวเซียมสยามดูแลโดยสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
     มิวเซียมสยาม ถือเป็นแหล่งการเรียนรู้หนึ่งที่เน้นจุดมุ่งหมายในการแสดงตัวตนของชนในชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้ถึงรากเหง้าของชาวไทย โดยเน้าไปที่กลุ่มชนในเขตบางกอก หรือที่เรียกในปัจจุบันว่า กรุงเทพมหานคร เป็นสำคัญ เนื่องจากตัวมิวเซียมสยามนี้ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แต่มิได้หมายความว่าถ้าเป็นคนไทยต่างจังหวัด จะไม่สามารถมาเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์นี้ได้ เพราะสิ่งที่จัดแสดงอยู่ในมิวเซียมสยามนี้แสดงถึงความเป็นมาของชนชาติไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผ่านการนำเสนอด้วยสื่อผสมหลายรูปแบบ ทำให้มีความน่าสนใจ และดึงดูดใจผู้เข้าชมได้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังตั้งอยู่ในสถานที่สวยงาม

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550 เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด “มิวเซียมสยาม” เนื่องในโอกาสที่มิวเซียมสยามได้จัดตั้งแล้วเสร็จ ในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา โดยมีคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และแขกผู้มีเกียรติ เฝ้ารับเสด็จ หลังจากพิธีเปิดเป็นช่วงของการทดลอง “เทคโนโลยี” และทดสอบการดำเนินงานภายในพิพิธภัณฑ์ให้กับ หน่วยงาน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จนถึงวันเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบวันที่ 2 เมษายน 2551

ที่มา http://museumsiam.com/about



วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 12 สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม


สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี โดยจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม  ถ่ายทอดสดหลักสูตรประถมศึกษา มัธยมศึกษา และสายวิชาชีพให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา รวมทั้งการออกอากาศรายการภาคภาษาอังกฤษทางช่อง81-95 (UBC) .......บริหารงานโดย มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ Distance learning foundation (DLF)
สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ดำเนินการออกอากาศ รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ใน 2 ลักษณะ ดังนี้
1. การศึกษาในระบบโรงเรียน
เป็นการจัดการศึกษา ตาม หลักสูตรการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education) ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ ในรายวิชาที่ขาดแคลนครูผู้สอน หรือเป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาก โรงเรียนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ สามารถทำได้ โดยจัดหาเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ตามตารางเวลาที่ออกอากาศ
2. การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
วิธีรับชม
  1. ระบบ DSTV เป็นระบบโทรทัศน์ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียม ในย่านความถี่ KU-Band ที่เป็นระบบเดียวกับ ทรูวิชั่นส์ ซึ่งสามารถซื้อ ชุดรับสัญญาณดาวเทียม กับตัวแทนจำหน่ายของ ทรูวิชั่นส์ ได้ทั่วไป โดยไม่เสียค่าบริการรายเดือน โดยมีราคาประมาณชุดละ 12,000 บาท หรือหากมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่สามารถรับย่าน KU-Band ได้ ก็สามารถรับชมได้ เพราะระบบออกอากาศของสถานีฯ มิได้มีการเข้ารหัสไว้ จึงไม่ต้องใช้ Smart Card ในการรับชมรายการ
  2. ระบบ CATV เป็นระบบโทรทัศน์ผ่านสายเคเบิล ซี่งสามารถรับชมได้ ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล แต่สามารถรับชมรายการได้เพียง 7 ช่อง และต้องเสียค่าบริการรายเดือน กับบริษัทเคเบิลทีวีที่ให้บริการ
  3. สามารถใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม โดยวิธีการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในด้านเนื้อหาวิชา (Free-of-charge Web-based Information Content) ทั้งในระบบรายการถ่ายทอดสด (Live Broadcast) และระบบรายการตามคำสั่ง (On Demand) ทางเว็บไซต์ของ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และ สถานีวิทยุ
    โทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม






วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกครั้งที่ 11 เก็บตกประเพณีวิ่งเขาสามมุก 8 กรกฎ


                   กิจกรรมอันถือเป็นการสิ้นสุดของช่วงฤดูกาลรับน้อง ที่ยาวนานกว่าหนึ่งเดือนหวัง
 ว่าความเป็นพี่น้องคงไม่จบลงไปพร้อมกับการรับน้องประชุมเชียร์และหวังว่าวาท กรรมความสามัคคีต่างๆ ที่ทั้งองค์การนิสิตและบรรดาสโมสรนิสิต ออกแบบกิจกรรมและวางแผนกันเป็นเวลาหลายเดือน บวกกับงบประมาณที่รวมกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท (บางคนประเมินกันว่า มากว่า 10 ล้านบาทและส่วนหนึ่งมาจากเก็บเอาจาเฟรชชี่เอง)จะสิ้นเปล่า หรือสูญสลายไปหลังจากการวิ่งเขาในวันที่ 8 กรกฎ

เพื่อนม.บูรพา ที่รัก
หลายครั้งที่เรารับรู้ว่าเราสั่งให้ เฟรชชี่ เพื่อนผู้มาใหม่ นอนแต่หัวค่ำ ห้ามออกไปไหนในคืนวันที่ 7 พร้อมทั้งขู่เข็ญด้วยภัยอันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตาม
แล้วรุ่นพี่หรือคนที่มาก่อนอย่างพวกเราทำอะไรในคืนวันนั้น
เรานั่งกินเหล้าริมหาด รอให้ถึงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ แล้วไปกวาดต้อนเฟรชชี่ มาสู่ประเพณีที่เราพยายามทำให้มันศักดิ์สิทธิ์
ในสภาพที่รุ่นพี่บางคนตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา เนื้อตัวเสื้อผ้าเต็มไปด้วยกลิ่นละมุด
.
เพื่อน ม.บูรพา ที่รัก
ความศักดิ์สิทธิ์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องความเชื่อ หากเราต้องการสร้างมันขึ้นมา
สิ่งหนึ่งที่เราพึงระลึกถึงคือการทำตัวเองให้น่าเชื่อถือก่อน
และคำอะิบายที่พูดถึงการวิ่งเขาที่ผ่านมานั้น มันน่าเชื่อถือเพียงใด
.
สองปีก่อน มิตรสหายคนนึงพาผมขึ้นไปบนเขาสามมุกในเย็นวันหนึ่ง
แกถามผมว่า "รู้มั้ยนายแมน ทำไมเขาต้องวิ่งเขาสามมุก ทำไมต้องเริ่มวิ่งจากเขาสามมุก ไปที่ มหาลัย"
ผมตอบว่า "ไม่รู้ รู้แต่ว่ารุ่นพี่บอกให้วิ่ง และขู่ว่าถ้าไม่วิ่งจะเรียนไม่จบ"
เขา ยิ้มและตอบกลับมาว่า "ที่เราต้องวิ่งเขาฯ ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดกำเนิดของม.บูรพา พลเอก มังกร พรหมโยธี นายทหารสายคณะราษฎร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น ได้ขึ้นมาบนเขาสามมุกแล้วพูดว่า ทำเลแถบนี้เหมาะนักที่จะสร้างมหาวิทยาลัย แล้วท่านก็ได้เดินลงมาเรื่อยๆตามชายหาดแล้วมาหยุดลงตรงบริเวณมหาวทยาลัยใน ปัจจุบัน"
เพราะฉะนั้นความหมายของการวิ่งเขาอย่างแท้จริงจึงเป็นระลึก ถึงการเกิดขึ้น ของ มหาลัยฯ พลเอก มังกร พรหมโยธี ได้เดินบนเส้นทางนี้เมื่อ 57 ปีที่แล้ว
ดังนั้นเพื่อน ม.บูรพา ที่รัก นี่ต่างหากคือสิ่งที่เราสมควรบอกกล่าวต่อกันเหมือนดังความตั้งใจของพลเอก มังกร พรหมโยธี นายทหารสายคณะราษฎร ซึ่งได้ขยายโอกาสทางการศึกษาออกสู่ส่วนภูมภาคตามหลัก 6 ประการของคณะราษฎร ในข้อที่ 6 ที่ว่าจะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
.
เพื่อ นม.บูรพาที่รัก พรุ่งนี้เราจงร่วมใจกันวิ่งเขาด้วยจิตใจรำลึกถึงการสร้างม.บูรพา ของ พลเอกมังกร พรหมโยธิน และเป็นนิสิตนักศึกษาผู้ร่ำเรียนรับใช้ประชาชน สังม และประเทศชาติต่อไป

ที่มา :จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนนิสิต ม.บูรพา กับความหมาย ของวันวิ่งเขาที่แท้จริง โดยปกรณ์ อารีกุล